แอปเปิ้ล 4 สี มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร

ผลไม้ที่คนนิยมทานนั้น จะไม่พูดถึงแอปเปิ้ลเลยก็คงไม่ได้ เพราะแอปเปิ้ลนั้นเป็นผลไม้ที่นิยมมาก แม้ว่าจะมีราคาที่ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมรับประทานแอปเปิ้ลลดลงไปเลยแม้แต่น้อย ด้วยรสชาติที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ และอร่อย บวกกับเป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์หลากหลาย ส่งผลให้แอปเปิ้ล ก็ยังคงเป็นผลไม้ที่ขายดีที่สุดชนิดหนึ่ง มาดูกันว่า แอปเปิ้ล 4 สี มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร เพราะแอปเปิ้ลแต่ละสีแต่ละชนิดก็มีคุณค่าและประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป

ในแอปเปิ้ล 100 กรัม จะให้พลังงาน 52 กิโลแคลอรี และประกอบไปด้วยวิตามิน และแร่ธาตุที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย อาทิ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินเอ กรดโฟลิก วิตามินซี เเคลเซียม เเมกนีเซียมโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส สังกะสี และเหล็ก ยังไม่หมดแค่นั้นในแอปเปิ้ลยังประกอบไปด้วย คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน

1. แอปเปิ้ลสีเขียว 

หากต้องการลดน้ำหนัก แอปเปิ้ลทุกๆชนิดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผลไม้ที่ส่งผลดีมากๆต่อการลดน้ำหนักทั้งสิ้น เพราะมีสารที่ช่วยลดการอยากอาหารลง มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำช่วยลดระดับน้ำตาลในเม็ดเลือด แต่แอปเปิ้ลสีที่เหมาะสมที่สุดในการลดน้ำหนักคือสีเขียว เพราะเป็นชนิดที่น้ำตาลน้อย ให้พลังงานน้อยที่สุดในบรรดาแอปเปิ้ลทั้งหมด รับประทานได้มากแบบไม่ต้องกลัวอ้วน โดยในปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 52กิโลแคลอรี่ (เท่าๆกับสีแดง) แต่แอปเปิ้ลสีเขียวจะมีใยอาหารที่สูงกว่าแอปเปิ้ลทุกๆชนิด

2. แอปเปิ้ลสีแดงเข้ม

หากต้องการชะลอวัย ต้องทานแอปเปิ้ลเพื่อที่จะให้มาช่วยในเรื่องของการชะลอวัย ควรเลือกแอปเปิ้ลที่มีสีแดงเข้ม(หรือสีชมพูก็ได้) เพราะเป็นชนิดที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในประมาณที่สูงที่สุด และมีวิตามินซีสูงถึง 1500 มิลลิกรัม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างคลอลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวของเราดูเต่งตึง ช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง และโรคหัวใจ นอกจากนี้แอปเปิ้ลสีแดงยังช่วยในเรื่องความจำ

3. แอปเปิ้ลสีชมพู (อมแดง)

แอปเปิลสีชมพูอมแดง มีประโยชน์ไม่แพ้แอปเปิ้ลสีแดงเลย เพราะมีปริมาณของวิตามินซีถึง 1 ใน 4 ของปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับต่อวัน ซึ่งวิตามินซีนี้จะมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกันการอักเสบ ลดริ้วรอยแห่งวัย ลดอาการเลือดออกตามไรฟัน ช่วยทำให้ผนังของหลอดเลือดฝอยแข็งแรงมากขึ้น และยังป้องกันโรคมะเร็งได้อีกด้วย

4. แอปเปิ้ลสีเหลือง

แอปเปิลสีเหลืองซึ่งเป็นสีสุดท้าย ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยได้เห็นมากนัก แต่หากมีโอกาสได้เจอก็อย่าลืมซื้อมารับประทาน ช่วยเรื่องการล้างสารพิษ การล้างสารพิษนั้น แนะนำให้ทานแอปเปิ้ลสีเหลือง(หากยากตามท้องตลาด) เพราะน้องจากจะมีเส้นใยที่สูงตามคุณสมบัติของผลไม้ชนิดนี้แล้ว มีการศึกษาพบว่าแอบเปิ้ลชนิดนี้ช่วยล้างสารพิษจากตับได้ บำรุงสายตา หากต้องการทานแอปเปิ้ลเพื่อบำรุงสายตา ก็ควรเลือกทานสีเหลืองเพราะมีสารที่ช่วยบำรุงสายตาสูงกว่าชนิดอื่น มีการศึกษาพบว่าการทานผลไม้ชนิดนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจก

คุณค่าทางโภชนาการของแอปเปิลแต่ละสี
กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาพบว่าแอปเปิ้ลแต่ล่ะสีมีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้

  • แอปเปิ้ลสีแดง มีพลังงาน 59 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.33 กรัม น้ำตาล 10.48 กรัม และโพแทสเซียม 104 กรัม
  • แอปเปิ้ลสีชมพู มีพลังงาน 63 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 84.16 กรัม น้ำตาล 11.68 กรัม และโพแทสเซียม 109 กรัม
  • แอปเปิ้ลสีเขียว มีพลังงาน 58 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.46 กรัม น้ำตาล 9.56 กรัม และโพแทสเซียม 120 กรัม
  • แอปเปิ้ลสีเหลือง มีพลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ มีน้ำ 85.81 กรัม น้ำตาล 10.04 กรัม และโพแทสเซียม 100 กรัม

การทานแอปเปิ้ลให้ถูกวิธี
ไม่ควรรับประทานแอปเปิ้ลเกินวันละ 4 ผล เพราะอาจจะทำให้เกิดการรับสารอาหารมากเกินไป แอปเปิ้ลนั้นควรทานทั้งเปลือก แต่ควรเลือกที่ปลอดสารพิษด้วย เพราะประโยชน์หลายๆอย่างของผลไม้ชนิดนี้นั้นอยู่ที่เปลือก และที่สำคัญไม่ควรคั้นดื่มเฉพาะน้ำ เพราะเราจะได้แต่น้ำตาลและประโยชน์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากอยากทานน้ำ ควรใช้การปั่นทั้งเปลือก เพราะให้ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ในเปลือกและเนื้อของผลไม้ชนิดนั้นมีเส้นใยที่เรียกว่า “เพคติน” ซึ่งมีคุณสมบัติในการพองตัวได้ เป็นตัวช่วยเพิ่มกากใยในระบบย่อยอาหาร และลดปริมาณไขมันที่จะเข้าสู้กระแสเลือด

เราก็ได้รู้กันแล้วว่า แอปเปิ้ล 4 สี มีประโยชน์ต่างกันอย่างไร แอปเปิ้ลหลากสีนั้นมีประโยชน์มากมายจนน่าทึ่ง  จึงไม่แปลกเลยที่แอปเปิ้ลจะเป็นสุดยอดผลไม้ที่ช่วยในเรื่องสุขภาพอย่างแท้จริง การทานแอปเปิ้ลนั้นไม่ว่าจะเป็นสีใด ก็ล้วนแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราทั้งสิ้น แม้ว่าแอปเปิ้ลอาจจะไม่ได้วิตามิน แร่ธาตุมากเหมือนพวกกล้วยหรือฝรั่ง แต่ด้วยเรื่องการให้พลังงานที่น้อยมากๆ จึงทำให้แอปเปิ้ลจึงเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงเช่นเดิม